RFID SIM คือ …
RFID ย่อมาจากคำว่า Radio Frequency Identification เป็นระบบที่นำเอาคลื่นวิทยุมาเป็นคลื่นพาหะเพื่อใช้ในการสื่อสารข้อมูลระหว่างอุปกรณ์สองชนิดที่เรียกว่า แท็ก (Tag, Transponder) และตัวอ่านข้อมูล (Reader หรือ Interrogator) ซึ่งเป็นการสื่อสารแบบไร้สาย (Wireless) โดยการนำข้อมูลที่ต้องการส่ง มาทำการมอดูเลต (Modulation) กับคลื่นวิทยุแล้วส่งออกผ่านทางสายอากาศที่อยู่ในตัวรับข้อมูล ดังแผนผังการทำงานของระบบ RFID ในรูป
และได้มีการนำกราฟแสดงแนวโน้มการนำเทคโนโลยี RFID มาใช้งานในอุตสาหกรรมต่าง ๆ
ขออธิบายเกี่ยวกับส่วนประกอบของ “RFID SIM” TagsหรือTransponders แท็ก (Tag) นั้นเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าทรานสปอนเดอร์ (Transponder) มาจากคำว่าทรานสมิตเตอร์ (Transmitter) ผสมกับคำว่าเรสปอนเดอร์ (Responder) นั่นเอง ถ้าจะแปลให้ตรงตามศัพท์ แท็กก็จะทำหน้าที่ส่งสัญญาญหรือข้อมูลที่บันทึกอยู่ในแท็กตอบสนองไปที่ตัวอ่านข้อมูล การสื่อสารระหว่างแท็กและตัวอ่านข้อมูลจะเป็นแบบไร้สายผ่านอากาศ ภายในแท็กจะประกอบไปด้วย ชิปสารกึ่งตัวนำ (Semiconductor Chip) ซึ่งเชื่อมต่ออยู่กับสายอากาศ 1.แท็กชนิดแอ็กตีฟ (Active Tag) แท็กชนิดนี้จะมีแบตเตอรี่อยู่ภายใน เพื่อป้อนพลังงานไฟฟ้าให้แท็กทำงานโดยปกติ เราจะสามารถทั้งอ่านและเขียนข้อมูลลงในแท็กชนิดนี้ได้ กำลังส่งสูงและระยะการรับส่งข้อมูลไกลกว่าแท็กชนิดพาสซีฟ2.แท็กชนิดพาสซีฟ (Passive Tag) จะไม่มีแบตเตอรี่อยู่ภายใน แต่จะทำงานโดยอาศัยพลังงานไฟฟ้าที่เกิดจากการเหนี่ยวนำคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากตัวอ่านข้อมูล จึงทำให้แท็กชนิดพาสซีฟมีน้ำหนักเบากว่าแท็กชนิดแอ็กทีฟ ราคาถูกกว่า และมีอายุการใช้งานไม่จำกัดแต่ข้อเสียก็คือระยะการรับส่งข้อมูลใกล้ReaderหรือInterrogator
หน้าที่สำคัญของตัวอ่านข้อมูล (Reader หรือ Interrogator) ก็คือการรับข้อมูลที่ส่งมาจากแท็ก แล้วทำการตรวจสอบความผิดพลาดของข้อมูล ถอดรหัสข้อมูล และนำข้อมูลผ่านเข้าสู่กระบวนการต่อไป นอกจากนี้ตัวอ่านข้อมูลที่ดีต้องมีความสามารถในการป้องกันการอ่านข้อมูลซ้ำ เช่นในกรณีที่แท็กถูกวางทิ้งอยู่ในบริเวณสนามแม่เหล็กไฟฟ้าที่ตัวอ่านข้อมูลสร้างขึ้น หรืออยู่ในระยะการรับส่ง ก็อาจทำให้ตัวอ่านข้อมูลทำการรับหรืออ่านข้อมูลจากแท็กซ้ำอยู่เรื่อยๆไม่สิ้นสุด ดังนั้นตัวอ่านข้อมูลที่ดีต้องมีระบบป้องกันเหตุการณ์เช่นนี้ที่เรียกว่าระบบ “Hands Down Polling” โดยตัวอ่านข้อมูล จะสั่งให้แท็กหยุดการส่งข้อมูลในกรณีเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว หรืออาจมีบางกรณีที่มีแท็กหลายแท็กอยู่ในบริเวณสนามแม่เหล็กไฟฟ้าพร้อมกัน หรือที่เรียกว่า”BatchReading”ตัวอ่านข้อมูลควรมีความสามารถที่จะจัดลำดับการอ่านแท็กทีละตัวได้ คลื่นความถี่ที่นิยมใช้ความถี่วิทยุที่มีการนำเอามาใช้ ในเทคโนโลยี RFID ช่วงความถี่ HF (13.65 KHz) (ส่วนที่เป็นกราฟ ที่สูงที่สุด) มีการนำเอามาใช้มากที่สุด ซึ่งเป็นแบบ Passive RFID Tags มีราคาถูก และมีอายุการใช้งานที่นาน
RFID SIM o หลักการและเหตุผลซึ่งยุคสมัยได้พัฒนาเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางก้าวกระโดดโดยเฉพาะเทคโนโลยีโทรศัพท์เคลื่อนที่ ( Mobile Technology ) ไม่ว่าจะเป็นไปในแง่ การพัฒนา Application การพัฒนา Hardware หรือแต่แม้กระทั้งการพัฒนาในด้านการตลาด ทำให้ “โทรศัพท์เคลื่อนที่” ถูกทำให้เป็นมากกว่าเครื่องมือสื่อสาร นวัตกรรมที่ผสมผสานระหว่างคลื่นวิทยุกับซิมมือถือได้รับการพัฒนาให้เป็น อีกหนึ่งช่องทางสำหรับบริการการเงินมือถือเครื่องเดียวกำลังจะกลายเป็นทั้งเงินสด หรือบัตรเครคิต เป็นบริการชำระเงินที่ง่ายดายกับชีวิตประจำวัน จะโอนเงิน จ่ายค่าโดยสารรถไฟฟ้า ชอปปิ้งผ่านอินเทอร์เน็ต แค่ปลายนิ้วสัมผัส การพัฒนาในด้านต่าง ๆ สำหรับเทคโนโลยีโทรศัพท์เคลื่อนที่นั้น เพื่อให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตทีเปลี่ยนแปลงไปทั้งเรื่อง ความสะดวกสบาย ความรวดเร็ว ความถูกต้องแม่นยำ และลดความซ้ำซ้อนในการจัดการระบบการเงินค่าใช้จ่ายของตนเอง ดังนั้น เทคโนโลยี “RFID ” จึงเป็นเหตุผลลำดับต้น ๆ ที่ทางผู้พัฒนาเทคโนโลยีบนโทรศัพท์เคลื่อนที่ จะนำมาพัฒนาเพื่อให้โทรศัพท์เคลื่อนที่นั้นเป็นมากกว่าทีเป็นอยู่ ณ ปัจจุบัน จึงได้ถือกำเนิดเทคโนโลยีใหม่ที่เรียกว่า “RFID in SIM” เป็นการผสมผสานข้อดีของ เทคโนโลยี RFID และ ของ Sim Card ในโทรศัพท์เคลื่อนเข้าด้วยกัน ทำให้ทำธุรกรรมทางการเงิน สามารถดำเนินการได้โดยผ่าน SIm Card หรือ โทรศัพท์เคลื่อนที่นั้นเองการประยุกต์ใช้งาน RFID จะมีลักษณะการใช้งานที่คล้ายกับบาร์โค้ด (Bar code) และยังสามารถรองรับความต้องการอีกหลายอย่างที่บาร์โค้ดไม่สามารถตอบสนองได้ เนื่องจากบาร์โค้ดจะเป็นระบบที่อ่านได้อย่างเดียว (Read only) ไม่สามารถทำการเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่อยู่บนบาร์โค้ดได้ แต่แท็กของระบบ RFID จะสามารถทั้งอ่านและบันทึกข้อมูลได้ ดังนั้นเราจึงสามารถเปลี่ยนแปลง หรือทำการบันทึกข้อมูลที่อยู่ในแท็กได้ตามความต้องการของผู้ใช้งาน นอกจากนี้ระบบ RFID ยังสามารถใช้งานได้แม้ในขณะที่วัตถุที่กำลังเคลื่อนที่ เช่นในขณะสินค้ากำลังเคลื่อนที่อยู่บนสายพานการผลิต (Conveyor) หรือในบางประเทศก็มีการใช้ระบบ RFID ในการเก็บค่าผ่านทางด่วนโดยที่ผู้ใช้บริการทางด่วนไม่ต้องหยุดรถเพื่อจ่ายค่าบริการ ผู้ใช้บริการทางด่วนจะมีแท็กติดอยู่กับรถ และแท็กจะทำการสื่อสารกับตัวอ่านข้อมูล ผ่านสายอากาศขนาดใหญ่ที่ติดตั้งอยู่ตรงบริเวณทางขึ้นทางด่วน ในขณะที่รถแล่นผ่านสายอากาศ ตัวอ่านข้อมูลก็จะคิดค่าบริการและบันทึกจำนวนเงินที่เหลือลงในแท็กโดยอัตโนมัติ หรือแม้กระทั่งการใช้งานในปศุสัตว์เพื่อบันทึกประวัติ หรือระบุความแตกต่างของสัตว์แต่ละตัวที่อยู่ในฟาร์ม
o วิธีการใช้งาน“RFID in SIM ” นั้นเป็นการพัฒนาเทคโนโลยี RFID รวมเข้ากับ Sim Card ซึ่งจะประกอบด้วยสองส่วนหลัก ส่วนแรก คือ ไมโครชิป หรือ Tag หรือ Transponder ที่นำมาเชื่อมต่อกับส่วนของ Sim Card ในการบันทึกข้อมูลการทำธุรกรรมของผู้ใช้บริการ โดยมี Applications ในการใช้ทำธุรกรรมทางการเงิน หรือการชำระค่าสินค้าหรือบริการ โดยจะมีเสาอากาศ RFID พ่วงติดกับ Sim Card ส่วนที่สอง คือ เครื่องสำหรับอ่านข้อมูล หรือ “RFID Reader ” เพื่อทำหน้าที่อ่านข้อมูลจาก Tag ด้วยสัญญาณคลื่นวิทยุ โดยรูปร่างของเครื่องอ่านจะมีลักษณะเป็นกล่องรับสัญญาณติดตั้งประจำที่ หรือเคลื่อนย้ายได้ ตามร้านค้าที่ให้บริการชำระค่าบริการผ่านระบบRFID โดยบริการด้าน Applications บน เทคโนโลยี “RFID in SIM” นั้นใช้รูปแบบการชำระเงินแบบ “Contracless” ซึ่งเป็นรูปแบบการชำระค่าบริการแบบไม่ต้องใช้เครื่องไปสัมผัสกับเครื่องอ่านรหัส(เหมือน สมาร์ทการ์ด) แต่เป็นการชำระแบบใช้คลื่นวิทยุแทน ซึ่งทำให้ชำระค่าบริการเป็นไปอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีที่สำคัญอีกเทคโนโยลีหนึ่งก็คือ “Modulation” หรือก็คือ เทคโนโลยีการเข้ารหัส ซึ่งในกระบวนการชำระค่าธุรกรรมต่าง ๆ นั้น “RFID in SIM” ที่อยู่ในเครื่องโทรศัพท์เคลื่อน (Tag) ที่นั้นก็จะส่งสัญญาณคลื่นวิทยุไปยังเครื่องอ่าน(RFID Reader) โดยสัญญาณที่ส่งออกไปนั้นผ่านการ “Modulation” แล้ว แม้จะถูกการดักจับจากเครื่องดักจับ ก็ยังมีความปลอดภัย เพราะการ “Modulation” มีความสลับซับซ้อนเป็นอย่างมาก การพัฒนา Applications ที่ใช้สำหรับระบบ “RFID SIM” นั้นเพื่อให้การใช้เทคโนโลยีเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในชีวิตประจำวัน และต่อการใช้บริการ “eCommerce” ซึ่งเป็นบริการที่จะเข้ามามีบทบาทเพิ่มมากขึ้นในชีวิตประจำวัน รวมไปถึงระบบสาธารณูปโภคในชีวิตประจำวัน เช่น ค่าโดยสารรถไฟฟ้า ค่าโดยสารรถประจำทาง ร้านสะดวกซื้อ ห้างสรรพสินค้า เป็นต้น ดังนั้นจึงมีการพัฒนา Applications บน “RFID SIM” ให้สามารถรองรับ การใช้งานได้มากขึ้น โดย Application ที่สำคัญตัวหนึ่งก็คือระบบ “Auto Refill ” เป็น Applications ทีรองรับเกี่ยวกับกรณีที่วงเงินใน “RFID SIM ” เหลือน้อย สามารถให้ทำการเติมเงินให้อัตโนมัติ ยกตัวอย่างเช่น ”หากผู้ใช้มีเงินใน RFID SIM 500 บาท ใช้ไปจนเหลือ 100 บาท ระบบจะเติมเงินให้ 500 บาทโดยอัตโนมัติ ซึ่งจะเติมเงินเข้าบัญชีเท่าไหร่นั้นผู้ใช้สามารถกำหนดได้”
o RFID SIM ในประเทศไทย เทคโนโลยี “RFID SIM ” ในประเทศไทยนั้น ทั้งในแง่การบริการด้านเทคโนโลยีในมือถือ และในแง่การใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เพื่อการสื่อสาร นั้นจัดอยู่ระดับสูง เมื่อเปรียบเทียบกับประชากรภายในประเทศ แต่สำหรับการใช้บริการธุรกรรมต่างผ่าน โทรศัพท์เคลื่อนที่ยังจัดอยู่ในระดับน้อยมาก สำหรับในประเทศไทยนั้นหน่วยงานหรือบริษัทพัฒนาและนำมาใช้ในเชิงธุระกิจสำเร็จเป็นรายแรกของประเทศไทย และของโลกด้วย คือ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด โดยได้พัฒนาระบบ RFID SIM เพื่อใช้ในบริการ ทรู มันนี่ ซึ่งเป็นการ ด้วยการผสานเทคโนโลยีระหว่างระบบซิมมือถือกับแผ่นรับส่งคลื่นความถี่วิทยุขนาดสั้น หรือที่เรียกว่า อาร์เอฟไอดีซิม(RFID SIM) ให้ลูกค้าทรูมูฟและทรูมันนี่ ใช้งานแบบคอนแทคเลส(Contact less) หรือ แตะสัมผัสด้วยมือถือร่วมกับอุปกรณ์การอ่าน การจัดเก็บระบบทางการเงิน ในรูปแบบไร้สายและสามารถหักบัญชีเงินทรูมันนี่ รวมไปถึง “RFID SIM” จะบรรจุแอปพลิเคชันทรู มันนี่ เซอร์วิส อยู่ในตัวซิม โดยจะมีเสาอากาศพ่วงอยู่ ซึ่งจะทำหน้าที่ส่งสัญญาณไปยังเครื่องรับ โดยมีลักษณะการใช้งานคล้ายกับสมาร์ทการ์ด ซึ่งตัว RFID SIM นั้นจะแตกต่างจากสมาร์ทการ์ดตรงที่ผู้ใช้จะสามารถดูจำนวนเงินที่เหลืออยู่ได้ผ่านโทรศัพท์มือถือ และสามารถเช็กดูการใช้งานล่าสุดได้ว่าได้ไปใช้จ่ายที่ไหนบ้าง รวมถึงมีบริการ Auto Refill ซึ่งสามารถกำหนดได้ว่าจะโอนเงินจากบัญชีสู่ตัว RFID SIM เมื่อเงินในบัญชีเหลือน้อยโดยอัตโนมัติ ซึ่งทางบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั้น จำกัด ได้มีแผนการที่จะใช้บริการนี้สำหรับลูกค้า ทรูมูฟและทรูมันนี้ ในกลางปี 2008 นี้ ซึ่งทาง ทรู คอร์ปอเรชั้น มีความคาดหวังว่าระบบ RFID SIM จะทำให้การใช้บริการต่าง ๆ มีการขยายตัวเพิ่มมากขึ้นและเป็นการเพิ่มฐานลูกค้า อันเนื่องมาจากระบบพื้นที่ทาง ทรูป คอร์ปอเรชั้น ได้ลงไปทุนแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ทรูชอป หรือ ทรูเอ็กเพรส เมื่อมีการนำระบบนี้มาใช้งานทางบริษัทก็เพียงแต่เพิ่มตัว RFID Reader เท่านั้นก็สามารถใช้บริการของบริษัทได้ แต่สำหรับประเทศไทยนั้นเมื่อเปรียบเทียบกับการใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งอาจมีปัจจัยหลายด้านในการนำมาพิจารณาว่าเพราะเหตุใด” ธุรกรรมบนมือถือ ” จึงไม่ได้รับความนิยมหรือความเชื่อถือในการใช้บริการ แม้ว่าจะมีระบบการให้บริการที่สะดวก หรือมีระบบที่ทันสมัยเพียง ซึ่งอาจสรุปปัจจัยต่าง ๆ ได้ดังนี้
1. ด้านค่านิยมค่านิยม ในการใช้จ่ายผ่านธุรกรรมบนมือถืออาจกังวลว่าเป็นเรื่องยุ่งยากในการใช้บริการรวมไปถึงค่าใช้จ่ายที่เพิ่มมากขึ้นกว่า รวมไปถึงการทำธุรกรรมบนมือถือนั้นเป็นการทำธุรกรรมโดยไม่ทราบว่าเรากำลังโอนเงินไปให้ใคร หรือว่าเวลาเราชำระค่าบริการแล้วเงินที่ชำระนั้นมีความถูกต้องแม่นยำมากหรือไม่ หรืออาจเป็นว่าระหว่างที่ทำธุรกรรมอยู่นั้นมีการแอบขโมยเลขที่บัญชีของเราไปหรือไม่
2. ด้านกลไกทางการตลาด อันเนื่องมาจากความไม่นิยมทำธุรกรรมบนมือถือ อาจมีสาเหตุมาจากไม่มีการขยายบริการ หรือว่าขยายห้างร้านที่รองรับบริการที่จะเกิดขึ้นผ่านธุรกรรมบนมือถือ เพราะฉะนั้นเมื่อไม่มีส่วนที่ให้บริการค่อยให้การสนับสนุนบริการ จึงทำให้การทำธุรกรรมบนมือจึงไม่นิยมในประเทศไทย รวมไปถึงความเข้าใจวิธีใช้งาน หรือระบบพื้นฐานอื่น ๆ ทีอยู่ในรูปของอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งระบบนี้ในประเทศไทยยังถือว่าเป็นเรื่องใหม่ สำหรับคนส่วนใหญ่ของประเทศ
o ความเป็นไปได้ในแง่การตลาด และเทคโนโลยี จากข้อมูลที่ได้รวบรวมทั้งเทคโนโลยีที่ใช้ในการพัฒนา Applications ต่าง ๆ ที่พัฒนาภายเพื่อรองรับและสนับสนุน “RFID SIM” หรือแม้กระทั้งบทบาทและความเป็นไปได้ในการนำ “RFID SIM” มาใช้ในประเทศไทย ซึ่งสามารถสรุปข้อดี ข้อเสียได้ดังนี้
ข้อดี ความสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน โดย Sim Card แค่อันเดียวสามารถมี Applications การใช้งานได้หลากหลายบริการ ซึ่งครอบคลุมการดำเนินชีวิตประจำวัน ทำให้ระบบการจัดการข้อมูลรวมกันเป็นหนึ่งทำให้การจัดการข้อมูลต่าง ๆ ไม่ว่า ข้อมูลทางการเงิน ข้อมูลด้านสินเชื่อ หรือว่าข้อมูลด้านการทำธุรกรรมอื่น ๆ รวมกันเป็นหนึ่งซึ่งง่ายต่อการตรวจสอบและผู้ใช้บริการเองสามารถกำหนดแนวทาง หรือวิธีการต่างๆ เพื่อควบคุมการทำธุรกรรมด้วยตนเอง
ข้อเสีย Applications ต่าง ๆ บน “RFID SIM ” นั้น ถึงแม้จะมีบริการที่หลากหลายและง่ายต่อการใช้งานแต่ห้างร้านหรือ ร้านค้าต่าง ๆ ที่รองรับระบบนี้ยังไม่อยู่น้อย และที่สำคัญยังไม่มีการประชาสัมพันธ์หรือมีการแนะนำการใช้งานต่างๆ ให้ทราบโดยทั่วถึงการอาจเป็นเพราะว่าเป็นเทคโนโลยีใหม่ซึ่งต้องใช้เวลาในการทำให้ผู้คนโดยทั่วไปได้ทราบถึงวิธีการและประโยชน์ที่จะได้รับจาก “RFID SIM”
o ข้อเสนอแนะเทคโนโลยี “RFID SIM” ได้ปฏิวัติอุตสาหกรรมด้าน Application บนมือถือเพื่อตอบสนองต่อความต้องการในชีวิตประจำวัน ที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบ ซึ่งบริการที่สามารถตอบสนองต้องการได้นั้นต้องเป็นบริการที่ง่ายและสะดวกที่สำคัญสามารถใช้บริการต่าง ๆ ได้ทุกที่ ซึ่งเทคโนโลยี “RFID SIM” เป็นคำตอบที่เหมาะสมและสอดคล้องกับความเป็นจริงในปัจจุบัน และที่สำคัญยังเป็นเทคโนโลยีที่ไม่ไกลจากชีวิตประจำวันของคนทั่วไปและสามารถใช้บริการได้ในปัจจุบันหากจะมองในแง่ประสิทธิภาพ หรือรวมไปถึงด้านเทคโนโลยีของ “RFID SIM”นั้นเป็นสิ่งที่เหมาะสมกับชีวิตที่ในชุมชนเมือง แต่หากจะกล่าวถึงเทคโนโลยีดังกล่าวกับประเทศไทยนั้น ยังหากไกลมากในแง่ที่การจะใช้บริการของเทคโนโลยีดังกล่าวอย่างเต็มประสิทธิภาพ เพราะอาจมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องทั้งเรื่องค่านิยม ความรู้ด้านเทคโนโลยี และรวมไปถึงองค์ประกอบด้านบริกรที่มีอยู่ในตลาด สำหรับการที่จะให้คนไทย หรือคนที่ยังไม่เคยใช้บริการต่าง ๆ บนโทรศัพท์เคลื่อนอย่างแพร่หลาย และที่สำคัญอีกประเทศเทคโนโลยี “RFID SIM” นั้นเป็นเทคโนโลยีใหม่มาก สำหรับประเทศไทย ซึ่งวิถีชีวิตหรือรวมไปถึงความพร้อมในการที่จะใช้ระบบ “RFID SIM ” นั้นยังไม่พร้อม การที่จะนำเอาระบบนี้มาใช้งานกันอย่างจริงจังแล้ว ควรต้องมีการสร้างความมั่นใจในเรื่องความปลอดภัยภายในระบบเอง และรวมไปถึงสร้างความน่าเชื่อถือ ความเชื่อมั่นให้เกิดแก่ระบบ เพื่อจะทำการเปลี่ยนระบบค่านิยมแบบเดิม แล้วหันมาใช้ระบบใหม่ รวมไปถึงการสร้างบริการที่รองรับระบบเพิ่มมากขึ้น ขยายไปสู่ในระดับที่ทุกคนสามารถเข้าถึงบริการต่าง ๆ อันเกิดจากเทคโนโลยี “RFI D SIM” เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงเทคโนโลยีได้ง่ายและสะดวกมากขึ้น 
แนะนำผู้เขียน Blog
ชื่อ – สกุล : นายขุนคำ ปองรักษาชีวิต
รหัสนักศึกษา : 507738
สถานที่ทำงาน : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยรังสิต
ตำแหน่ง : โปรแกรมเมอร์
สถานที่สามารถติดต่อได้ : ห้อง 1-207 อาคารอาทิตย์ อุไรรัตน์ มหาวิทยาลัยรังสิต ต.หลักหก อ.เมือง จ.ปทุมธานี 12000
เบอร์ติดต่อ : 0-2791-5653
e-mail : khunkam@rsu.ac.th หรือ eye_khunkam@hotmail.com
วิชา : NWM628 ( Wireless Networking)
อาจารย์ผู้สอน : พ.ท.รศ.ดร.เศรษฐพงศ์ มะลิสุวรรณ
Reference อ้างอิงข้อมูล
http://www.jakeludington.com/demochina/2006/mobiwallet-rfid-payment-system-from-jton-systems/
http://www.smstextnews.com/2007/12/more_on_the_rfid_sim_contactless_payments.html
http://www.itsmart2.com/board/viewtopic.php?t=559&view=next&sid=5e6e9c802c9971a3d311200c9a941b70
http://www.geocities.com/aon_micro/smartcardtue1.html
http://www.e-news.co.th/itnews/itnews.asp?id=650&cid=3
http://www.tddf.or.th/tddf/webboard/feedback.php?ID=1157&READNUM=2120&refpage=4
http://www.waddeeja.com
http://www.bot.or.th/BOThomepage/BankAtWork/Payment/Highlight/Journal/Journal12_50.html
http://www.bcoms.net/news/detail.asp?id=7586
http://www.siam2variety.com/index.php?option=com_content&task=view&id=1576&Itemid=75
-
ล่าสุด
-
ลิงก์
-
คลังเก็บ
- มีนาคม 2008 (1)
- กุมภาพันธ์ 2008 (2)
-
หมวดหมู่
-
RSS
Entries RSS
Comments RSS



